กาแฟกับขนมนั้นเป็นของคู่กัน เมื่อเราไปร้านกาแฟนอกจากเราจะสั่งเครื่องดื่มอร่อยๆที่เราชอบมาดื่ม ยามที่สายตาของเราเหลือบมองไปเห็นเบเกอรี่ที่วางอยู่ในตู้ มันช่างเย้ายวนใจให้อยากซื้อมาทานคู่กันซะเหลือเกิน และวันนี้อุณหภูมิความอยากยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของเนยนมที่โชยมาเตะจมูกแต่ไกล พลันยั่วยวนให้เดินตามกลิ่นจนกระทั่งมาหยุดยังหน้าร้านที่เป็นต้นตอ นั่นก็คือร้าน “Dolcetto cafe” ซึ่งเป็นร้านกาแฟหน้าใหม่ในย่านนิมมานเหมินทร์
“Dolcetto Cafe” เป็นร้านกาแฟเล็กๆ บรรยากาศร้านตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจร่วมสมัย โดยเพิ่งเปิดมาได้ 4 เดือน ซึ่งคุณเปรียวเจ้าของร้าน (เจ้าของเดียวกับ Siri Brandname) เล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบทานกาแฟและขนมเป็นอย่างมากตั้งแต่เด็ก และมีความฝันว่าอยากมีร้านเล็กๆเป็นของตัวเอง จึงได้ริเริ่มทำร้านนี้ขึ้นมา
บรรยากาศภายในร้าน
“Dolcetto Cafe” ตั้งอยู่ที่ ถนนนิมมานเหมินทร์ ร้านอยู่ติดถนน อยู่ข้างๆร้านมนต์นมสด เมื่อเข้ามาในร้านจะได้สัมผัสถึงความใส่ใจในการตกแต่งร้าน เฟอนิเจอร์ต่างๆแต่ละชิ้นถูกคัดเลือกมาได้อย่างลงตัว ภายในร้านมีมุมโซฟาให้เลือกแบบเย็นสบายๆ และก็มีโซนด้านนอกสำหรับลูกค้าที่อยากซึบซับอากาศด้านนอก หรือเลือกซื้อหากลับไปทานที่บ้านก็ได้รู้จักร้าน Dolcetto Cafe กันแล้ว มาดูเมนูกันดีกว่าว่าที่นี้เขามีอะไรมาอวดกันบ้าง!?
เมนูแรกเป็น แฟลทไวท์ รสชาติกลมกล่อม สำหรับที่ใครยังไม่รู้ มันคือกาแฟที่ได้จากการเทนมที่ผ่านการอุ่นด้วยไอน้ำและมีลักษณะเป็นครีม จากก้นเหยือกลงบนเอ็กเพรสโซหนึ่งช็อต ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ 3 แบบ คือ Dolcetto Blend (รสกลางๆ) 65 บาท , Single Origin (เมล็ดกาแฟมาจากหลากหลายประเทศ หมุนเวียนเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน) 95 บาท , Decaf (ไม่มีคาเฟอีน) 95 บาท
ต่อไปเป็นเมนู โดลเชโต ลาเต้ ราคา 65 บาท กับเทรนด์ศิลปะบนถ้วยกาแฟ หรือที่เรียกวันว่า 「3Dลาเต้อาร์ท」เวลาดื่มลาเต้ร้อนๆ แล้วร้านนั้นทำลาเต้อาร์ทได้ด้วย มักสร้างความประทับใจให้เราเสมอ ยิ่งหากทำลายได้สวย ไม่ซ้ำ แถมกาแฟรสชาิติดีรับรองได้ลูกค้าประจำ ซึ่งแน่นอนว่า Dolcetto Cafe ได้สิทธิ์นั้นไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
ถัดมาเป็น ชาเขียวนม ราคา 70/75 บาท ชาเขียวที่นี่โดดเด่นด้วยความหอมและรสชาติหวานนุ่ม หอมละมุน กลมกล่อมกำลังดี อันเป็นเอกลักษณ์ของ ผสานลงตัวกับความหอมมันของนมคุณภาพดี
Dolcetto Waffle
มาถึงเมนูเด็ดที่เป็นลายเซ็นของร้านกันบ้าง นี่เป็น Dolcetto Waffle (ราคา 119 บาท) เป็นเซ็ตวาฟเฟิลจานใหญ่ พร้อมกับซอสช็อคโกแลต และคาราเมล รสชาติวาฟเฟิลของที่นี่กรอบนอกนุ่มใน ไม่หวานมาก พอจิ้มกับซอสช็อคโกแลต ที่รสชาติเข้มหวาน และซอสคาราเมลที่เหนียวข้น มีกลิ่นหอมก็ทำให้รู้สึกถึงความอร่อยไปคนละแบบ ตามความชอบของแต่ละคน

จะราดหรือจะจิ้มก็อร่อยไม่แพ้กัน
บานอฟฟี่ ราคา 75 บาท
อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ บานอฟฟี่ ที่เห็นหน้าค่าตาต้องเอื้อนเอ่ยว่า “อื้อหือ” นอกจากชิ้นโตสะดุดตาแล้ว รสชาติยังละมุนลิ้นกว่าที่คาด คือมันไม่หวานจนเกินไป กล้วย กับคาราเมลผสมผสานความหวานได้กลมเกลียวลงตัวประดุจเป็นมิตรกันมานาน เนื้อพายที่กัดเข้าปากต้องบอกว่าอร่อย ที่สำคัญคือครีมไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย
ถัดมาเป็น เค้กมะพร้าวอ่อน 75 บาท เค้กร้านนี้เนื้อนุ่ม สอดใส่แต่ละชั้นด้วยมะพร้าวอ่อน แต่งด้วยครีมกะทิเนื้อเบา เหมาะกับผู้ที่ชอบเค้กเนื้อเบา สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือไม่หวานจนเกินไป คือลูกค้าท่านใดที่ไม่พิสมัยในการับประทานของหวาน เมื่อนำพามาเจอเมนูแต่ละอย่างของร้านนี้ รับประกันว่าทานได้ทุกท่านอย่างไม่ขัดเขิน เรื่องรสชาติก็เอื้อนเอ่ยได้เต็มปากว่าอร่อยจริงอะไรจริง

นอกเหนือจากนั้นมาดูเมนูเครื่องดื่มกันอีก อย่าง Caramel Macchiato แก้วนี้ที่มีรสหอมหวานมัน ที่เกิดจากการผสมกันของ วานิลลา, steamed milk, espresso และฟองนม จากนั้นราดด้านบนด้วย caramel รสชาติหวานจับจิต
โดลเชโต้แอปเปิ้ล,มะม่วงโซดา ราคาแก้วละ 75 บาท หวานเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ต้องการความสดชื่น หรือรุ่มร้อนจากอากาศภายนอก ก่อนกินแนะนำในคนก่อนเพื่อดึงรสชาติจากด้านล่างให้เข้ากัน

ทิ้งท้ายด้วยเครื่องดื่มสามัญประจำร้าน ที่ขาดไม่ได้คือโกโก้ราคาแก้วละ 75 และชาไทย ราคาแก้วละ 70/75(ปั่น)
นอกจากนี้สำหรับคนรักชา ชื่นชอบการจิบชา และพิสมัยในความหอมของชา ทางร้านยังมีชาของ “TWG TEA” (ทีดับเบิลยูจี ที) เป็นแบรนด์ชาหรูชั้นนำระดับโลก คุณภาพพรีเมียมของประเทศสิงค์โปร์ จำหน่ายอีกด้วย
“TWG TEA”

เหนือสิ่งอื่นใด ทางร้านยังมีคุ๊กกี้ และเมล็ดกาแฟขายไว้ซื้อกลับบ้านไปชงกินเองอีกด้วย (450 บาท -250 กรัม)
บาริสต้าเห็นหน้าเข้มๆแบบนี้ แต่สุภาพและมีไมตรีจิตที่ดีมาก
คุณเปรียว เจ้าของร้าน (ซ้ายมือ) นอกจากหน้าตาที่สวยแล้ว ยังใจดีและเป็นกันเองมากๆ

ศิลปะบนกระจกโดยฝีมือน้องพนักงานสองคนที่ร้าน
บรรยากาศนอกร้านเพราะฉะนั้นหากใครกำลังมองหาร้านกาแฟรสชาติดี ขนม เค้ก เบเกอรี่อร่อยๆ ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกตอบโจทย์ทุกความต้องการของคอกาแฟได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆของทางร้านได้ที่ facebook ของ Dolcetto Cafe ได้เลยTip :
1. ลูกค้าสามารถไปจอดรถได้ที่โครงการ Moda Place ฟรี! หรือสามารถจอดหน้าร้านได้จนถึง 16:00 น. (สามารถกลับมาจอดอีกทีได้หลังเวลา 19.00 น.)
2. นอกจากมานั่งทานที่ร้าน หรือสั่งซื้อกลับบ้าน ลูกค้าสามารถโทรมาสั่งล่วงหน้าได้ถ้าขี้เกียจรอ ที่เบอร์ 083-925 5624
3. dolce เป็นภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า ขนมหวาน
4. ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟจาก ristr8to รับประกันเรื่องรสชาติและคุณภาพแน่นอน
5. งาน NAPวันที่ 5-10 ธันวาคม 2556 นี้ ทางร้านจะเปิดบาร์ขนมที่หน้าร้าน แวะไปอุดหนุนกันได้จ้า





